สถานที่ท่องเที่ยวอังกฤษ

สระน้ำโรมัน เมืองจอร์เจียบาธ (The Roman Baths and Georgian City of Bath)

By
on
November 11, 2019

โดยเมื่อสมัยก่อนนั้น สระน้ำโรมัน เป็นสิ่งที่ทันสมัยที่สุด เป็นสปาที่สุดเริ่ดในตอนนั้นเลยทีเดียวโดยได้ถูกสร้างรายล้อมไปด้วยตัวอาคารที่ใหญ่โตบวก เข้ากันกับอุณหภูมิของน้ำร้อน ซึ่งเสมือนหนึ่งกับว่าได้ถูกสร้างขึ้นมาจากเครื่องทำน้ำร้อนชั้นดี ที่ทำให้มีอุณหภูมิพอเหมาะ 46 องศาเซลเซียส การอาบน้ำแร่พร้อมกับชื่นชมสถาปัตยกรรมทั้งอาคาร และเสาโรมันที่แลดูเหมือนกับว่าอยู่สไตล์คลาสสิคนั้นเป็นอะไรที่เหมาะสมลงตัวกันเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียวคุณว่าไหม

เมืองบาธ เป็นเมืองโบราณในอังกฤษ และยังมี สระน้ำโรมัน ที่เป็นบ่อน้ำแร่ธรรมชาติด้วย

ลองนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ยาวนานผ่านมาก่อน 2000 ปี ในบรรยากาศที่มีหญิงสาวแต่งชุดสีขาวในชุดเครื่องแบบสาวใช้ของโรมัน  ที่กำลังเดินมาพร้อมกับตะกร้าใบเล็กๆ ที่ใส่เครื่องอาบน้ำก่อนที่จะมาวางรอไว้ที่บ่อน้ำขนาดมหึมา แล้ว บรรยากาศรอบๆกลับมีหมอกควันอันจางๆจากไออุ่นของน้ำแร่เพื่อจะทำการอาบน้ำในยามเย็น ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น อาจจะฟังดูด้วยแล้วลอยๆ แต่นั่นคือบรรยากาศที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาให้นึกถึงการอาบน้ำของชาวโรมันนั่นเอง ซึ่งดินแดนโรมันนับเป็นจักรวรรดิที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในยุคนั้น และ ได้เข้ามาปกครองเมืองบาธซึ่งเป็นเมืองโบราณแห่งหนึ่งของอังกฤษยุคปัจจุบัน 

โดยเมืองบาสที่ยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบันนั้นเป็นเอกลักษณ์ให้เห็นถึงความมีเสน่ห์แห่งการไปเยือนเป็นอย่างมาก เพราะสถานที่แห่งนี้ อุดมไปด้วยน้ำพุร้อนถึง 3 แห่งด้วยกัน และที่สำคัญก็คือทั้งหมดล้วนเป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุมากมายถึง 33 ชนิดโดยมีการตั้งชื่อเมืองอย่างนี้ตามชื่อท้องถิ่นของเทพธิดาแห่งน้ำ  นั่นก็คือเทพธิดาซูลิสนั่นเอง

ดูประวัติอันต่อเนื่องต่อมา นั่นก็คือบ่อน้ำร้อนแห่งนี้ แม้จะถูกทิ้งร้างไว้เป็นเวลานาน แต่ก็ได้รับความสนใจจากกษัตริย์อังกฤษ ที่มีความสนใจและพึงพอใจเป็นอย่างมากจึงได้มีการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในยุคหลัง ตั้งแต่เมื่อศตวรรษที่ 12 ที่ผ่านมา   ทั้งยังมีการต่อเติมตัวอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบโรมันให้มีควบคู่กับสถาปัตยกรรมแบบสมัยใหม่เพื่อความแข็งแกร่งและทนทานยิ่งกว่า

และถ้าแขกผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินกับการชมอ่างอาบน้ำพุร้อนมหัศจรรย์แห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วไม่ห่างจากสถานที่นั้นสักเพียงใดนัก  ท่านสามารถจะเข้าชมมหาวิหารบาสที่ได้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งศตวรรษที่ 12 และ นี่มหาวิหารแห่งนี้เองเป็นวิหารแบบโกธิคที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ  อีกครั้งยังถูกยกย่องว่าเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ก็สิ่งที่สวยงามที่สุดในทวีปยุโรปในตอนนี้อีกด้วย

หากคุณมีเวลาไปเยี่ยมชมเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ในอังกฤษ คุณไม่สามารถปฏิเสธสถานที่แห่งนี้ไปได้เลยเลย นั้นก็คือ เมืองเล็กๆที่มีประวัติอันเก่าแก่เป็นอย่างมาก  ซึ่งตั้งอยู่บนหุบเขาของแม่น้ำ Avon อยู่ทางด้านตะวันตกของลอนดอนเมืองบาธก็ได้กล่าวถึงนี้ได้ถูกยกให้ เป็นเมืองมรดกโลกที่สวยงามอย่างน่าทึ่ง  มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าอัศจรรย์มากกว่าที่คุณคาดหวังว่าจะได้ไปเยี่ยมชมในหนึ่งวัน อย่างแน่นอนด้วยสุดยอดชื่อเสียงในเรื่องทาวน์เฮาส์สไตล์จอร์เจียน สีน้ำผึ้ง เช่นกัน ที่ตั้งอยู่บน Royal Crescent ตัวอาคารเป็นรูปครึ่งวงกลม  เป็นหนึ่งในสุดยอดสถาปัตยกรรมของเมืองบาธ มีอาคารจำนวน 500 แห่งในเมือง ถือเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ หรือ สถาปัตยกรรม ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์กร UNESCO 

วิธีการเดินทางไปเมืองบาธ

รถไฟ – จากสถานีรถไฟในกรุงลอนดอนเดินทางโดยรถไฟมาเมืองบาธใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง ขึ้นที่สถานี London Paddington ไปลงที่สถานี Bath Spa สามารถไปกลับได้ภายในวันเดียวเลย

รถโค้ช – จากลอนดอนให้ขึ้นที่สถานี Victoria Coach Station ใช้เวลาเดินทาง 2.50 ชั่วโมง

ข้อควรแนะนำ ก็คือสำหรับการซื้อตั๋วรถไฟในอังกฤษควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 – 3 เดือน เพราะจะได้ตั๋วราคาถูกกว่ามาซื้อเอา ณ วันที่ต้องการไปเที่ยวเลย  อย่าลืมเอาตั๋วที่ปรินส์มาไปออกตั๋วจริงที่ตู้อัตโนมัติล่วงหน้าก่อนเดินทางกันด้วนนะ

เรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งก็คือรถไฟที่อังกฤษค่อนข้างตรงเวลา ควรไปล่วงหน้าก่อนเวลารถไฟออกอย่างน้อย 15 นาที ถ้าเป็นสถานีใหญ่ๆ หรือสถานีต้นทางรถไฟจะออกก่อนเวลาที่กำหนด 40 วินาที

ข้อควรรู้ก่อนไป Bath

  • เมืองบาธเป็นเมืองขนาดเล็กมาก เดินเที่ยวแค่ครึ่งวันก็หมดทั้งเมืองแล้วนะจึง ไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วรถบัสแต่อย่างใดด้วย
  • เมืองนี้ท่าจะให้ดีต้องไม่มีแผนที่ค่ะ เดินเข้าถนนโน้นออกถนนนี้ ซิกแซกไปตามใจอยากจะดีที่สุดเลย เน้นความชิวไว้ก่อนเลยนะ·           ถ้าอยากเข้าพิพิธภัณฑ์ Roman Bath พอมาถึงเมืองบาธแล้วให้ตรงไปต่อแถวเลย เพราะส่วนมากแล้วปัญหาเล็กๆของที่นี่ก็คือแถวมักจะยาวล้นออกมานอกพิพิธภัณฑ์เป็นประจำ
  • ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวเมืองบาธ คือ ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนค่ะ บรรยากาศในเมืองดีสุด ๆ โดยเฉพาะสวนสาธารณะ จะมีดอกไม้เมืองหนาวให้ชมกันเยอะเลย
  • วันอาทิตย์ตอนเช้า ๆ จะเงียบเหงานิดนึงเพราะร้านค้ายังไม่ค่อยเปิดทำการกัน ต้องรอบ่าย ๆ ถึงจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง ส่วนจันทร์ – เสาร์ นี่ไม่ต้องกลัวเงียบเลยเพราะ คนเยอะตลอดเวลา

ปัจจุบันนี้ที่นี่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความสวยงามของ สระน้ำโรมัน สาธารณะแบบที่ชาวโรมันใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งในสมัยก่อนนอกจากผู้คนจะมาอาบน้ำที่นี่กันแล้ว ยังเป็นที่ใช้พบปะพูดคุย เจรจาธุรกิจอีกด้วย 

TAGS
RELATED POSTS

LEAVE A COMMENT

Search