สถานที่เที่ยวออสเตรีย

ซาลซ์บวร์ก ออสเตรีย เมืองแห่งขุนเขา มรดกโลกอีกแห่งของออสเตรีย

By
on
January 30, 2020

ณ ซาลซ์บวร์ก ที่แห่งนี้เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ถูกโอบล้อมด้วยขุนเขาที่มีความสวยงามตระการตาเป็นอย่างมาก ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาตินั้นได้สร้างให้ซาลซ์บวร์ก เมืองที่งดงามเหนือคำบรรยายแห่งหนึ่งในออสเตรีย และที่แห่งนี้นั้นยังเป็นบ้านเกิดของ คีตกวีเอกของโลก (wolfgang amadeus Mozart) จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เมืองแห่งนี้เป็นที่รู้จักของผู้คนในทั่วทั้งโลก

ประวัติ เมืองแห่งหุบเขา ซาลซ์บวร์ก มหานครอันดับ 4 ของออสเตรีย

เมืองซาลซ์บวร์ก (Salzburg) เมืองที่มีความใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศออสเตรเลีย ด้วยคำว่า ซาลซ์ นั้นในภาษาเยอรมันแปลว่าเกลือโดยแปลความหมายได้ตามตัวว่า ปราสาทเกลือ เพราะเนื่องจากในสมัยก่อนนั้นได้มีอุตสาหกรรมการค้าขายเหมืองเกลือเก่าแก่ที่เคยรุ่งเรือง เกิดขึ้นที่นี่ เนื่องจากเกลือนั้นเป็นของหายาก และใครถ้ามีเกลือก็นับได้ว่าเทียบเท่ากับมีการมีทองในยุคปัจจุบัน

เมืองซาลซ์บวร์ก นั้นยังมีสถานที่ตั้งอยู่กึ่งกลางของ เวียนนา และ อินส์บูร์ก โดยภูมิประเทศแถบนี้จึงมีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ตรงที่เป็นลักษณะของภูเขาสูงสลับกันกับที่ราบ ด้วยการท่องเที่ยวเมืองเก่าที่มีความโดดเด่นแบบ บารอค จึงเป็นเหตุผลที่มากพอที่ทำให้องค์การยูเนสโกจึงได้มีการยกย่องให้เป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ 1997 ด้วยความงดงามของพื้นที่แห่งนี้ บวกกับสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ ที่มีอยู่กลางเมืองซาลซ์บวร์กนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่าเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีแม่น้ำ ที่มีสีเขียวคล้ายกับสีมรกตไหลผ่าน

โดยที่มาของสีเขียวอันสวยงามนั้นได้พบว่ามีเกลือผสมอยู่จำนวนมาก และตลอดแนวของบรรยากาศบ้านเรือนในสไตล บาร็อค ที่ห้อมล้อมไปด้วยหุบเขาจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เมืองอันน่าอยู่แห่งนี้นั้นได้มีความสวยงามโดดเด่นเป็นอย่างมาก ตลอดจนยังมีไฮไลท์สำคัญที่ปราสาท Festung Hohensalzburg ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเขา ใจกลางเมืองที่ทำให้แลดูราวกับว่าเป็นเมืองแห่งเทพนิยายเลยจริง ๆ 

สถานที่ท่องเที่ยว เมืองซาลซ์บวร์ก

สวนมิราเบล (Mirabell Garden)

สถานที่แห่งนี้ถูกยกย่องให้เป็นสวนสาธารณะที่สวยที่สุดใน ซาลซ์บวร์ก โดยแต่เดิมนั้นถูกสร้างในรูปแบบของเรขาคณิตโดยตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้หลากสี โดยมีน้ำพุเป็นส่วนประกอบซึ่งเป็นสวนแบบบารอคที่สวยงาม ที่ได้มีการเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมความงามของสวนดังกล่าวในปี 1858 ที่สำคัญ สวนมิราเบล  ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง เดอะซาวด์ออฟมิวสิค อีกด้วย 

พิพิธภัณฑ์ Mozart grburtshaus House (Mozart Birthplace )

ณ บ้านสีเหลืองเลขที่ 9 แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ที่ โมสาร์ท เกิด โดยคีตกวีระดับโลกผู้นี้ได้เคยอาศัยบ้านหลังนี้มากกว่า 20 ปี ต่อมาเขาได้ย้ายไปอยู่อีกหลังหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบันได้มีการดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เป็นที่เรียบร้อย โดยผู้ที่เป็นสถาปนิกที่เนรมิตความสมจริงออกแบบโดย Robert Wilson นักศิลปะชาวอเมริกันเป็นการจำลองแบบให้เหมือนตอนที่ โมสาร์ท ยังมีชีวิตมากที่สุดโดยรวบรวมเรื่องราวของดนตรีในสมัยเด็กของ โมสาร์ท อย่างครบครันไม่ว่าจะเป็น ไวโอลิน หรือ รูปภาพ ตลอดไปจนถึงจดหมายที่มีการเขียนถึงกันในครอบครัวอีกด้วยจึงเป็นมนต์เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งซึ่งน่าค้นหาเป็นอย่างมาก

จัตุรัสเรสสิเดนท์ (Residence square)

เป็นจัตุรัสที่อยู่ในกลางเมืองที่ใกล้กับมหาวิหารในเมืองซาลซ์บวร์ก และเป็นจุดสำคัญสำหรับการถ่ายภาพรวมถึงการนัดพบกันอีกด้วย 

มหาวิหารแห่งเมืองซาลซ์บวร์ก (Salzburg Cathedral)

มหาวิหารแห่งนี้ถูกสร้างในสมัย เรเนซองส์ ตอนปลายต่อกับ บารอก ตอนต้นถือเป็นโบสถ์บารอกยุคแรกซึ่งถูกสร้างแทนโบสถ์เดิมที่ถูกไฟไหม้จึงเกิดการซ่อมแซมซึ่งต่อมามหาวิหารแห่งนี้ได้รับความเสียหายจากระเบิดสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกครั้งหนึ่งแต่ต่อมาได้รับการบูรณะให้งดงามในแบบฉบับดั้งเดิมอีกครั้ง

ป้อมโฮเฮนซาลส์บูร์ก (Festung Hohensalzburg)

(Festung Hohensalzburg) ป้อมปราการแห่งนี้ถูกสร้างยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ 1077 เพื่อเป็นที่พำนักของ เจ้าชาย บิชอป อาร์คบิชอปเกบฮาร์ด และจวบจนปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นป้อมปราการที่มีความสมบูรณ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะภายในปราการอันใหญ่โตแห่งนี้นั้นมีคุกใต้ดินรวมไปจนถึงห้องทรมานนักโทษซึ่งถูกสร้างมีความทนทานและผ่านกาลเวลามาได้อย่างมหัศจรรย์ และยังมีห้องทอง (Golden Room) ที่ภายในห้องยังมีภาพวาดจากคัมภีร์ไบเบิลอยู่ด้วย จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความนิยมเป็นอย่างสูง

ซึ่งในบริเวณป้อมปราการแห่งนี้ยังเป็นสุสานของ ST peters Friedhof และยังเป็นสุสานที่เก่าแก่ที่สุดในออสเตรเลียซึ่งมีการฝังบุคคลสำคัญมาแล้วมากมาย ซึ่งยังมีการตกแต่งประดับประดาด้วยดอกไม้สวยงามนานาพันธุ์จึงนับเป็นมนต์เสน่ห์ และเป็นจุดท่องเที่ยวของเมืองนี้เป็นอย่างมาก


นี่คือที่สุดของการท่องเที่ยวที่หลายท่านอาจจะมองข้ามไป แต่หารู้ไม่ว่าความมหัศจรรย์และความงดงามดังกล่าวนี้นั้นได้ยืนอยู่คู่กับกาลเวลามานานมากแล้ว และนับเป็นการท่องเที่ยวที่ครบครันที่ได้ทั้งความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่เพียบพร้อมไปทั้งบรรยากาศที่เกินบรรยาย

แค่เพียงคุณอยากจะไปค้นหา มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ยากเกินจริง ความมหัศจรรย์ดังกล่าวนั้นก็จะปรากฏขึ้นต่อสายตาของคุณอย่างแน่นอน 

TAGS
RELATED POSTS

LEAVE A COMMENT

Search